วันอาทิตย์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

.NET Framework 3.0

มารู้จักกับ .NET Framework 3.0
.NET Framework 3.0 ได้พัฒนาเสร็จในช่วงปลายปี ค.ส. 2006 สามารถใช้ติดตั้งบนวินโดว์ส XP วินโดว์ส 2003 ได้ แต่ถ้าต้องการความสามารถเต็มที่ โดยเฉพาะความสามารถทางด้านการแสดงผลที่ชื่อ Windows Presentation Foundation (WPF) จะต้องติดตั้งบนวินโดว์สวิสต้า ซึ่งได้ออกมาในช่วงปลายเดือนมกราคม ปี ค.ส. 2007

.NET Framework 3.0 ไม่ได้สร้างอะไรขึ้นมาใหม่ตั้งแต่เริ่มต้น แต่มันเกิดจากการพัฒนาต่อยอดจาก .NET Framework 2.0 ที่มีอยู่เดิมและเพิ่มส่วนประกอบสำคัญอีก 4 ส่วนดังนี้







  1. CardSpace เป็นสิ่งที่ใช้เก็บการ์ดที่แสดงตัวตนของเราคล้ายกับบัตรเครดิต ซึ่งเราสามารถมีได้หลายๆ ใบ เราสามารถใช้การ์ดในการทำธุรกรรมกับร้านค้าต่างๆ บนอินเตอร์เน็ตได้โดยผ่าน WCF ข้อมูล CardSpace นี้จะถูกเก็บอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ฝั่งไคลเอนต์เท่านั้น ซึ่งต่างกับ Microsoft Passport ที่เก็บอยู่ที่เซิร์ฟเวอร์ของเราเอง ตัวอย่างของ CardSpace ในวินโดว์สวิสต้าดังภาพ

  2. Windows Presentation Foundation (WPF) การสร้างภาพที่แสดงบนวินโดว์สวิสต้าทั้งหมดจะใช้เทคโนโลยี Vector Graphic ซึ่งทำให้ความละเอียดของภาพไม่เสียหากมีการซูม นอกจากนี้การแสดงผลต่างๆ จะเป็นสามมิติ ทำให้เราสามารถหมุน ย่อ หรือขยายโปรแกรม หรือแอพพลิเคชั่นได้ เนื่องการแสดงผลแบบสามมิติ และเทคโนโลยี Vector Graphic ทำให้คอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งวินโดว์สวิสต้าต้องการความสามารถของการ์ดแสดงผลสามมิติที่ค่อนข้างสูง รวมถึงสเปคของเครื่องที่ควรมีหน่วยความจำอย่างน้อย 1 กิกะไบต์ เราสามารถสร้างคอนโทรลที่ใช้เทคโนโลยี WPF ด้วยภาษา XAML โดยใช้โปรแกรม Blend ในการช่วยออกแบบหน้าจอ และใช้ Visual Studio 2005 ในการเขียนโปรแกรม


  3. Windows Communication Foundation (WCF) เป็นโครงสร้างที่ถูกออกแบบมาอย่างดีสำหรับการสร้างแอพพลิเคชั่นที่เป็นแบบ Service-Oriented สำหรับท่านที่ไม่คุ้นกับคำนี้ ให้ลองนึกย้อนกลับไปที่ Object-Oriented ที่ใช้อ็อปเจ็กต์หลายๆ ตัวมาทำงานร่วมกัน แต่สำหรับ Service-Oriented จะไม่ได้มองลึกไปถึงระดับอ็อปเจ็กต์ แต่จะมองที่ระดับการให้บริการหลายๆ บริการที่ทำงานร่วมกัน โดยที่หนึ่งบริการนั้นอาจจะมีอ็อปเจ็กต์หลายๆ ตัวทำงานร่วมกันอยู่ภายใน




  4. Windows Workflow Foundation (WF) เป็นเครื่องมือที่สร้างที่ใช้สร้างการไหลของงาน (Workflow) ที่เลียนแบบการทำงานจริงในองค์กร ซึ่งมีหลายแบบให้เลือก เช่น การไหลของงานแบบต่อเนื่อง (Sequential) จะต้องมีขั้นตอนการไหลที่เรียงต่อเนื่องกันจากต้นจนจบ หรือการไหลของงานแบบสถานะ (State) จะไม่มีขั้นตอนการทำงานที่แน่นอน ไม่มีจุดเริ่มต้น หรือจุดสิ้นสุด และสถานะของสิ่งต่างๆ ในระบบสามารถเปลี่ยนแปลงได้เมื่อมีข้อความมากระตุ้น ใน Visual Studio 2005 เราสามารถสร้างโปรเจค WF ที่มีการไหลของงานทั้งสองชนิดได้ ซึ่งหลังสร้างโปรเจคแล้ว เราจะสามารถสร้างหน้าจอออกแบบการไหลของเราเองได้ พร้อมกับมีคอนโทรลในกลุ่ม Windows Workflow อีก 28 ตัวให้เลือกใช้







ในขณะนี้เราสามารถใช้ Visual Studio 2005 เพื่อสร้าง WPF WCF และ WF ได้แล้ว แต่ต้องทำการลง .NET Framework 3.0 และ Visual Studio 2005 Extension ซึ่งมีสองตัวคือตัวแรก WCF & WPF และตัวที่สอง WF สำหรับตัวแรก WCF & WPF นั้นยังเป็นเวอร์ชั่น Community Technology Preview (CTP) อยู่ในขณะที่ผู้เขียนกำลังเขียนอยู่ ซึ่งจะมีบั๊กอยู่บ้าง









วันจันทร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2553

Alcohol 120%

ไดรฟ์ CD จำลอง

ไดรฟ์ CD จำลอง ก็คือไดรฟ์ CD ที่ใช้ซอฟท์แวร์จำลองขึ้นมา ทำงานเหมือนกับไดรฟ์ CD จริงๆ การใส่แผ่น CD ให้กับไดรฟ์ CD จำลองนี้ก็ใช้ไฟล์ image ของ CD (เช่นไฟล์ .iso เป็นต้น) mount เข้ากับไดรฟ์ CD จำลอง ทำให้เราเข้าถึงข้อมูลของ CD ได้เหมือนกับไดรฟ์ CD จริงๆ โดยที่ไม่ต้องใส่แผ่นเข้าไปในเครื่อง


โปรแกรม Alcohol นี้มีฟังก์ชั่นสร้างไดรฟ์ CD จำลอง ปกติแล้วโปรแกรมจะจำลองให้เพียง 1 ไดรฟ์ แต่เราสามารถปรับแต่งจำนวนได้ตามต้องการ ในการใช้งาน อย่างแรกจะต้องสร้างไฟล์ image ขึ้นมาก่อน เช่น สร้างไฟล์ .iso เป็นต้นขึ้นมาก่อน ซึ่งไฟล์นี้จะบรรจุข้อมูลต่างๆ ของ CD ทั้งหมด แล้วนำไฟล์มา mount กับไดรฟ์ CD จำลอง ซึ่งก็เหมือนกับเราเอาแผ่น CD จริงๆ ใส่เข้าไปไดรฟ์ CD จริงๆ นั่นเอง ทำให้เราสามารถเล่นเกมส์ที่ต้องการให้เราใส่แผ่น CD ทุกๆ ครั้งได้ โดยให้มาอ่านแผ่น CD จากไดรฟ์ CD จำลอง แทนที่จะอ่านจากไดรฟ์ CD จริง หรือในการใช้คอมพิวเตอร์โน้ตบุ้ค แล้วใช้ CD จำลองช่วย ก็ทำให้เราเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้โดยใช้พลังงานที่น้อยกว่าการใช้ไดรฟ์ CD จริงๆ

ปกติแล้วโปรแกรมจะกำหนดไดรฟ์ CD จำลองไว้เพียง 1 ไดรฟ์ ซึ่งก็เพียงพอกับการใช้งานแบบพื้นฐานแล้ว หากต้องการเพิ่มจำนวน
ให้คลิกที่ Virtual Drive

คลิกที่รายการ Virtual Drive แล้วกำหนดจำนวนไดรฟ์ที่ต้องการในช่อง Number of Virtual Drive

หากต้องการเปลี่ยนตัวอักษรของไดรฟ์ คลิกที่รายการ Drive Letter แล้วเลือกรายการไดรฟ์ CD จำลอง
ที่ต้องการเปลี่ยนตัวอักษรไดรฟ์ คลิกปุ่ม Edit กำหนดตัวอักษรที่ต้องการ

ภาพจากการทำงานที่กล่าวมาแล้วนั้น เป็นการกล่าวถึงการเพิ่มจำนวนไดรฟ์ให้มากกว่า 1 ไดรฟ์
และการเปลี่ยนตัวอักษรไดรฟ์ หากใช้งานเพียงแค่ 1 ไดรฟ์และไม่ต้องการเปลี่ยนตัวอักษรไดรฟ์ ก็ให้ข้ามขั้นตอนดังกล่าวไป

ต่อไปจะเสนอการ mount และการ un-mount ไฟล์ image เข้ากับไดรฟ์ CD จำลอง (เหมือนกับการใส่แผ่น CD เข้าไปในไดรฟ์ CD
และการ eject แผ่นออกจากไดรฟ์ CD)

ที่หน้าต่างหลักของโปรแกรม ช่องด้านบนจะเป็นช่องแสดงรายชื่อไฟล์ image ส่วนช่องด้านล่าง จะแสดงรายชื่อไดรฟ์ CD จำลอง

ในช่อง รายชื่อไฟล์ image นั้น หากยังไม่มีไฟล์ image ให้คลิกเม้าส์ขวา แล้วเลือกรายการ Add images เลือกไฟล์ image
ที่ต้องการแล้วกดปุ่ม Open ก็จะปรากฏชื่อไฟล์ image ที่คุณเลือกเข้ามา

ในการ mount CD นั้น สามารถทำได้ 3 วิธีด้วยกัน

1. คลิกเม้าส์ขวาบนไฟล์ image ที่ต้องการ แล้วเลือกรายการ Mount on Device -> ไดรฟ์ที่ต้องการ
2. คลิกเม้าส์บนไฟล์ image ที่ต้องการแล้วลากมาวางบนรายการไดรฟ์ CD จำลองที่ต้องการ
3. คลิกเม้าส์ขวาบนไดรฟ์ CD จำลองที่ต้องการ เลือกรายการ Mount Image แล้วเลือกไฟล์ image ที่ต้องการ mount

เมื่อ mount เสร็จแล้ว เราก็สามารถเข้าถึงไฟล์ต่างๆ ในไฟล์ image เหมือนกับเข้าถึงไฟล์ในแผ่น CD จริง

เมื่อต้องการ Un-mount ไฟล์ image (เหมือนกับเรา eject แผ่น CD ออกจากไดรฟ์) ให้คลิกเม้าส์ขวาบนไดรฟ์ CD จำลองที่ต้องการ
แล้วเลือก Un-mount Image